Saturday, May 2, 2009

ชมัยภร แอฟโฟร




วิกผมทรงแอฟโฟร กำลังฮิต
เห็นลูกสาวเอามาเล่น เลยเอามาเล่นมั่ง
ผลที่ได้ก็เป็นชมัยภร แบบนี้ล่ะค่ะ

จริงๆ มีหลายรูปนะ แต่ลงแค่นี้ก็ขำแล้ว

รูปจากงานสัปดาห์หนังสือ















Monday, February 25, 2008

ลูกชาย




ชอบมีคนถามถึงลูกชายบ่อยๆ รูปนี้ลูกสาวเป็นคนถ่าย ดูสิ ตัวโตขนาดนี้เลยนะ

Wednesday, February 6, 2008

พาไปชมบ้านที่จันทบุรี

จริงๆ รูปตอนไปบ้านชุดนี้ถ่ายไว้นานแล้วค่ะ แต่ไม่ได้เอามาลงสักที (คนทำเว็บคมบาง บอกว่าจะเอาไปลงให้ ป่านฉะนี้ก็ยังไม่เห็น เลยเอามาลงบล็อก กระตุ้นคนทำเว็บเสียหน่อยค่ะ) บ้านที่ท่าช้าง จันทบุรี เป็นบ้านที่ตอนนี้แม่ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ ครูบัวขาว อยู่ค่ะ บ้านหลังในภาพถ่าย เป็นบ้านหลังใหม่ที่น้องสาวยกขึ้นมา สวยงามเก๋ไก๋ น้องสาวเป็นคนจันท์ของแท้ มีร้านหนังสือ ร้านอาหาร อยู่ในจังหวัด

ดูกันดีกว่า













ขออภัยค่ะ เรื่อง ซีเจกฉ่าย พักไว้ก่อน มาดูรูปปีใหม่ (อีกแล้ว)

เผลอแว้บเดียวก็ปีใหม่อีกแล้วค่ะ วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเกิดเด็กหญฺงเพลงน้ำ ปีนี้ก็นัดกินข้าวกันอีกแล้ว ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น

เพลงน้ำตัวผอม และยืดสูงขึ้นเป็นอันมาก ดูรูปกันดีกว่า







Friday, June 22, 2007

โลกของเจ้าตัวเล็ก (6) ทันการณ์



ทันการณ์

ในที่สุด เจ้าถ่านหุงข้าวก็ครอบครองบ้านของสองสามีภรรยาได้สำเร็จก่อนเจ้าซีเซ็กฉ่าย พี่เครากับน้องนวลไม่รู้จะเอามันไปไหนดี หรืออีกด้านหนึ่ง มันก็ช่างเป็นแมวที่เรียกร้อง “สิทธิวิฬารชน” อะไรจะปานนั้น เพราะไม่ว่าน้องนวลจะเดินไปไหนมาไหน มันก็จะต้องไต่ถาม ต่อว่า ทักท้วง ตำหนิ วิจารณ์ ซึ่งอันหลังสุดนี้พี่เคราเรียกว่า การด่าทอ วิธีการทำสิ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวมาของเจ้าถ่านหุงข้าวก็คือ ส่งเสียงร้องด้วยนัยน์ตาอันเป็นประกายทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของคน

“พูดมาก อย่าพูดมาก” น้องนวลว่ามัน มันก็โต้กลับทันที
“แม้ว”
น้องนวลพูดต่อ “ยังจะมาพูดมากอีก แกนี่..”
“แม้ว”
“เออ..มันพูดได้จริง ๆด้วย นะพี่เครานะ”น้องนวลหันไปบอกสามี
“แม้ว” ถ่านหุงข้าวพูดต่อ

เจ้าถ่านหุงข้าวจึงเป็นความบันเทิงเริงรมย์อย่างหนึ่งในชีวิตสองสามีภรรยา
ซีเซ็กฉ่ายเริ่มทุรนทุราย มันมองว่าน้องนวลกับพี่เคราเป็นของมัน แต่จู่ ๆวันหนึ่ง ก็มีก้อนอะไรก็ไม่รู้ดำแสนดำมายึดถือครอบครอง ซ้ำยังเป็นก้อนที่วิ่งไปไหนมาไหนได้รวดเร็ว ซ้ำร้ายยังอยู่ในระดับสูงเหนือหัวมันเสียอีก อาการโกรธแค้นจึงเกิดขึ้นทุกครั้งที่เจ้าถ่านหุงข้าวออกมาเฉิดฉายนอกบ้าน ซีเซ็กฉ่ายไม่สามารถเก็บอารมณ์ได้ หากต้องวิ่งวนไปวนมาและส่งเสียงครวญครางปางตาย จนบางครั้งพี่เคราต้องเอาอะไรเขวี้ยงแก้กลุ้ม

เจ้าถ่านหุงข้าวรังเกียจซีเซ็กฉ่ายก็จริง แต่มันก็รู้ดีว่า นี่คือหมาประจำบ้าน สิ่งหนึ่งที่มันทำเสมอ ๆ คือการเดินเฉิดฉายหรือไม่ก็นั่งหรือไม่ก็นอนอยู่บนขอบรั้ว โดยมีซีเซ็กฉ่ายนั่งร้อง แฮ่ ๆ ฮ่า ๆ ไปตามอารมณ์อยู่ด้านล่าง แต่ถ้าหากมีหมานอกบ้านผ่านมา แมวกับหมาประจำบ้านก็จะร่วมมือกันกรรโชกหมาภายนอกทันที ในทำนองเดียวกัน หากมีแมวภายนอกเผอิญหลงมา หมาแมวประจำบ้านคู่นี้ก็จะโฮกฮากกระชากเสียงเข้าใส่ทันที เป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่พอไม่มีตัวอื่นก็ต้องหันมากระโชกโฮกฮากใส่กันเองแบบเบา ๆ

วันหนึ่ง การสมานฉันท์ระหว่างศัตรูก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าซีเซ็กฉ่ายเจออะไรบางอย่างในกอหญ้า มันเริ่มด้วยการเห็นความเคลื่อนไหวของใบหญ้า และเห็นขายาว ๆของตัวอะไรที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แรกทีเดียวมันเอียงคอเห่า หันไปมองน้องนวลที่กำลังทำกับข้าว แล้วก็เห่าอีก เห่าแล้ว มองหาพี่เคราก็ไม่เห็นเพราะพี่เคราออกไปข้างนอก มันจึงไม่รู้จะพึ่งใคร เห่าอีก เห่าอีกเห่าแล้ว จนเจ้าถ่านหุงข้าวนั่งอยู่บนขอบรั้ว พลอยสนใจไปด้วยเพราะเห็นอะไรที่วอบแวบและหูก็ได้ยินเสียงดัง
กร็อบแกร็บเช่นกัน

เจ้าถ่านหุงข้าวเขม้นมอง
เจ้าซีเซ็กฉ่ายถอยหลังเห่า “ฮื่อ ๆ ฮ่า ๆ”
เมื่อมองไปทางเจ้านายแล้วไม่ได้ผล ซีเซ็กฉ่ายจึงหันไปทางเจ้าถ่านหุงข้าวเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ ลืมไปแล้วว่าไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไร เจ้าถ่านหุงข้าวก็ลืมความขัดแย้งไปเช่นกัน เพราะสิ่งที่เห็นวอบแวบนั้นสำคัญกว่า
เจ้าซีเซ็กฉ่ายกระโชกแรง คู้ขาทั้งสองข้างลงพิจารณาสิ่งที่เห็นแล้วก็ออกแรงเห่าเป็นจังหวะสั้น ๆ ถ่านหุงข้าวสนใจเดินบนขอบกำแพงมามองจนใกล้ด้วย ซีเซ็กฉ่ายหันไปมองหน้าแมวเป็นเชิงขอให้มาช่วยกัน

ถ่านหุงข้าวตัดสินใจกระโดดลงมาร่วมวงไพบูลย์
“ฮื่อ..”
น้องนวลเปิดประตูครัวออกมาพอดีพร้อมส่งเสียง “เห่าอะไรหือ...ซีเซ็กฉ่าย”
ถ่านหุงข้าวกระโดดแผล็วขึ้นไปบนขอบรั้วตามเดิม น้องนวลมองตามความเคลื่อนไหวนั้นและคิดเอาเองตามที่ตาเห็นว่า หมากำลังเห่าแมว

“ปัทโธ่เอ๊ย...นึกว่าเห่าใคร นี่มันก็เจ้าถ่านหุงข้าวนั่นแหละ เมื่อไหร่แกจะเลิกเห่าเสียทีฮึ..”
น้องนวลเดินไปลูบหัวหมา แล้วเปิดประตูรั้วพาเดินออกไปหน้าบ้าน มองไปทางถนนใหญ่แล้วบ่น “นายแกทำไมไม่มาเสียทีนะ” ซีเซ็กฉ่ายกระโดดตาม ถ่านหุงข้าวก็ยอมไม่ได้อีก กระโดดตามลงไปเคล้าเคลียด้วยการถูไถขาเจ้านายไปมา ซีเซ็กฉ่ายลืมไปแล้วว่าได้ทำ การสมานฉันท์กับศัตรูไปหยก ๆ จึงกระโจนไล่โดยพลัน เพื่อนบ้านจึงได้ยินเสียงของน้องนวลดัง
ก้องไปทั้งซอย

“ไอ้บ้า ไอ้ซีเซ็กฉ่าย จะบ้าเหรอก ไอ้หมาบ้า”
ถ่านหุงข้าวตบหน้าซีเซ็กฉ่ายไปหนึ่งที แล้วจึงกระโดดกลับไปนั่งบนขอบรั้วตามเดิม
ซีเซ็กฉ่ายมองตามด้วยความแค้น
พอพี่เครากลับมา น้องนวลก็ฟ้องฉอด ๆว่า ซีเซ็กฉ่ายนิสัยไม่ดี ไล่ถ่านหุงข้าวอีกแล้ว พี่เคราก็เลยเตะซีเซ็กฉ่ายเบา ๆไปสองที ซีเซ็กฉ่ายร้องเง้ง ๆด้วยความโกรธ

ตกดึกของคืนนั้น ซีเซ็กฉ่ายเจอเจ้าตัวการที่ทำให้ต้องสร้างสมานฉันท์กับถ่านหุงข้าวอีกครั้งหนึ่ง มันย้ายที่มาไกลพอสมควร และกำลังเดินโย่งเย่ง ๆจะไปยังท่อระบายน้ำ ซีเซ็กฉ่ายกำลังวิ่งเล่น พอเห็นก็หยุดพรืด ร้อง “หึ ๆ”แล้วก็เริ่มเห่าแบบนักสำรวจ โดยการทำเสียงพรึ่ด ๆ ๆ ๆ
แล้วตามด้วยโฮ้ง ๆๆ ๆ เจ้าโย่งเย่งตัวนั้นไม่มีที่หลบก็เลยเดินต่อไป ซีเซ็กฉ่ายยิ่งกระหน่ำเห่า โฮ้ง ๆ ๆ ๆ

น้องนวลกับพี่เครานอนหลับอยู่บนเตียง ต่างพลิกตัวเพราะเสียงเห่าพร้อมกัน
“เฮ้อ..” พี่เคราร้องแล้วก็หลับต่อไป แต่น้องนวลไม่หลับ เธอลุกขึ้นขมีขมัน เปิดประตูห้องนอนลงบันไดมาชั้นล่าง บ่นพึมพัมว่า เดี๋ยวต้องตีให้ตาย ไอ้ซีเซ็กฉ่ายนี่ มันจะเห่าไปถึงไหน ไม่เป็นอันต้องหลับต้องนอนกันพอดี ไอ้หมาบ้า

พอเปิดประตูบ้านออกมาได้ น้องนวลก็ถือไม้อันยาวออกมา เจ้าถ่านหุงข้าวนอนอยู่ในบ้าน เห็นประตูบ้านเปิดก็ดีใจ รีบผลุดออกนอกประตูบ้านไปก่อนเจ้าของบ้าน พอเห็นหน้าเจ้าซีเซ็กฉ่ายที่มารอต้อนรับเจ้านาย ก็โก่งตัวรับ พร้อมถุยน้ำลายใส่เสียงดัง “ฟึ่ด” ซีเซ็กฉ่ายนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อตอนกลางวันสมานฉันท์กับเจ้าแมวจอมเจ้าเล่ห์นี้เรื่องอะไร จึงรีบวิ่งนำไปโดยพลัน น้องนวลวิ่งตาม กะว่าจะตีเจ้าซีเซ็กฉ่ายข้อหาทำให้นอนไม่หลับ แต่แล้วสามชีวิตก็ไปยืนเผชิญหน้ากับเจ้าโย่งเย่งพร้อมกัน มันกำลังพยายามจะลงไปในรูท่อน้ำทิ้งให้ได้ ทั้งที่รูมันเล็กกว่าตัว เสียงน้องนวลร้อง

“ปู...ปู้โธ่เอ๋ย..แกเห่าปูหรอกรึ”
ว่าแล้วน้องนวลก็เอื้อมมือไปจับปูนาตัวเล็ก ๆสีกระดำกระด่างขึ้นมา “นี่มันปู” ว่าแล้วเธอก็ยื่นมันไปตรงหน้าเจ้าซีเซ็กฉ่าย “นี่เขาเรียกปู..เห่าอยู่ได้ ไอ้โง่เอ๊ย..”

“ปู ๆ ๆ”

น้องนวลเดินท่อง ก่อนจะเดินไปหลังบ้านแล้วปล่อยปูออกไปทางท่อระบายน้ำ บอกกับปูอยู่ในใจว่า โชคดีนะแก ที่ฉันตื่นขึ้นมาเจอเสียก่อน ไม่งั้นละก็ แกต้องแหลกละเอียดแบบเจ้าเต่าแน่นอน

Thursday, May 3, 2007

โลกของเจ้าตัวเล็ก [5] มันชื่อถ่านหุงข้าว



เจ้าก้อนดำ ๆ นั้นมันเป็นลูกแมว หากพินิจพิจารณากันอย่างใกล้ชิดแล้ว ตามประสาคนธรรมดาทั่วไปก็คงบอกว่า “ขี้ริ้ว” แต่สำหรับพี่เครากับน้องนวลนั้น ต้องพูดว่า “อัปลักษณ์” เหตุที่เจ้าก้อนดำๆ ที่มาใหม่ดูอัปลักษณ์สำหรับคู่สามีภรรยา เพราะมันประกอบด้วยทุลักษณะสามประการคือ ประการที่หนึ่ง มันมีขนขยุกขยุยด้วยความสกปรกไปทั่วตัว บางตอนกะหร็อมกะแหร็มเหมือนถูกแทะ ประการที่สอง มันมีดวงตาเป็นสีเหลืองวาว แทนที่จะเป็นสีฟ้า แมวขนดำตาเหลือง น่าเกลียดน่ากลัวแค่ไหนก็ลองนึกเอาเองก็แล้วกัน ส่วนประการที่สามก็คือ หางมันสั้นประมาณครึ่งตัว แถมยังหงิกงออีกด้วย
“อะไรจะอัปลักษณ์ปานนั้น” พี่เคราว่า
น้องนวลแอบมองด้วยความสงสาร แล้วก็พูดให้กำลังใจ(ตัวเอง)“แต่มันดีนะ..ดูสิ..ดำสนิทเลย ไม่มีตรงไหนขาวแม้แต่จุดเดียว...แมวดำเขาก็ต้องอย่างนี้ละ”
“ไอ้ถ่าน..ไอ้ถ่านหุงข้าว” พี่เคราเรียก
ทันทีที่พี่เคราส่งเสียงเรียก เจ้าก้อนดำ ๆนั้นรีบเดินเข้ามาหาพลางร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง “แง้ว ๆ ๆ ๆ” ทำท่าจะเอาลำตัวเข้ามาถูขาของพี่เครา
“เฮ้ย..มันพูดได้” พี่เคราว่า ทำเสียงเอะอะ เขาไม่ค่อยชอบแมวเท่าไรนัก
“ไอ้ถ่าน ไอ้อ่านหุงข้าว..” น้องนวลพูดตาม แมวดำก็เปลี่ยนคนถูไถมาเป็นฝ่ายหญิงบ้าง “แง้ว ๆ ๆๆ”
“ไม่เอ๊า..” น้องนวลร้อง “สกปรก”

ในที่สุด น้องนวลก็ขอร้องให้พี่เคราช่วยจับเจ้าแมวดำตัวกะลิดปิ๊ด(ภาษาของน้องนวล) อาบน้ำ “เอาแชมพูของซีเซ็กฉ่ายมา..” ว่าแล้วน้องนวลก็เอาน้ำราดตัว แมวดำร้องแป๊วด้วยความตกใจ แต่พี่เคราจับหัวแน่น น้องนวลมองท่าจับของพี่เคราแล้วไม่สบายใจ “เบา ๆหน่อยก็ได้ พี่เครา เดี๋ยวมันหายใจไม่ออก” พี่เคราคลายมือ น้องนวลถูกตัวมันต่อ เจ้าถ่านหุงข้าวแยกเขี้ยวร้องแป๊ว ๆ เห็นเหงือกสีแดงแปร๊ดตัดกับฟันขาวแหลม พี่เครามองแล้วเปรยขึ้นว่า
“ข้อดีของมันนะ...เหงือกแดงฟันขาว”
“สุขภาพดี” น้องนวลว่า
“ใครว่า” พี่เคราทำตาระยิบระยับ “มันคงกินเลือดมาก..ฮ่า ๆ ๆ”ว่าแล้วแมวดำตัวกระจิ๋วหลิวที่เต็มไปด้วยฟองแชมพูก็ถูกยกขึ้นแล้วส่ายไปส่ายมาอยู่ตรงหน้าของน้องนวล
“ไม่เอ๊า ๆ...อย่าเล่น” น้องนวลร้อง แชมพูกระเด็นไปทั่วห้องน้ำ บางหยดลอยออกไปนอกประตู “พี่เคร้า ๆ ๆ” เสียงน้องนวลแหลมสูง ทำเอาแม่ของน้องมอลลี่คอยาว บ่นกับน้องมอลลี่ว่า “เอ๊ะ...น้านวลเขาเป็นอะไรไปน่ะ..” น้องหนูมอลลี่มองหน้าแม่แล้วตอบด้วยลีลาท่วงทำนองเดียวกันว่า “สงสัยจะท้อง..” แม่น้องมอลลี่ก็เลยร้องกรี๊ด ๆด้วยความถูกใจ เสียงดังกว่าบ้านน้องนวลไปอีก

พี่เครากับน้องนวลอาบน้ำให้เจ้าถ่านหุงข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่าทางมันสบายตัวขึ้น น้องนวลเอาไดร์เป่าผมไล่เป่า แมวก็วิ่งหนีเสียงดังของไดร์ วุ่นวายไปทั้งบ้าน ทำให้เจ้าซีเซ็กฉ่ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก มันเอาแต่ตะกายประตูบ้านเสียงดังกึง ๆ ๆ ร้องสียงดังงี้ด ๆ ๆ น้อยอกน้อยใจที่เจ้านายเอาแมวดำที่แสนน่าเกลียดมาเลี้ยง
“ไอ้บ้า..ประตูเป็นรอยหมดแล้ว” น้องนวลยื่นหน้าไปดุทางช่องกระจก เจ้าซีเซ็กฉ่ายก็ยิ่งตะกาย
“ต้องให้มันรู้จักกันก่อน” พี่เคราว่า
น้องนวลดีใจ “ตกลงเราเลี้ยงมันเลยนะ..” ภรรยายิ้มประจบ
สามีหัวเราะ ไม่ตอบคำขอเลี้ยง แต่กลับเอ่ยต่อประโยคเก่าของตัวเอง “ต้องให้มันรู้จักกันก่อน โดยการให้ซีเซกฉ่ายกินแมว แทนยอพระกลิ่น..”
“พูดอะไรน่ะ” น้องนวลว่า “เลอะเทอะ”
น้องนวลพูดไม่ทันจบ พี่เคราซึ่งอึดอัดเต็มทีกับการต้องอยู่ในบ้าน ก็เปิดประตูผาง เจ้าถ่านหุงข้าวที่รอจังหวะอยู่แล้วก็พุ่งปรู๊ดออกจากบ้านไป เท่านั้นแหละ ความโกลาหลอลหม่านก็บังเกิดขึ้นในพริบตา เพราะซีเซ็กฉ่ายรอเวลานี้อยู่แล้ว เจ้าถ่านหุงข้าวไม่ใช่แมวธรรมดา หากมันเป็นแมวที่โชกโชนมาจากสนามชีวิตแล้ว ดังนั้น แค่เจ้าซีเซ็กฉ่ายตัวเดียวจะไปครนาอะไร ว่าแล้วมันก็ถีบกระป๋อง กะละมัง กระถางอะไรทั้งหลายที่อยู่ในบริเวณนั้นตกลงมาเป็นแถว มีเสียงดังโคร่ม ๆ
เพล้ง ๆ ตามด้วยเสียงแง้ว ๆ ฮ่ง ๆ โฮ้ง ๆ ฮึ่ม ๆ แฟ่ ๆ และสุดท้ายที่ทุกคนได้ยินคือเสียง
“เอ๊งงงง ๆๆ” ของเจ้าซีเซ็กฉ่ายที่ดังยาวนานเป็นพิเศษ เจ้าถ่านหุงข้าวขึ้นไปนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนรั้วกำแพงระหว่างบ้านของแม่หนูมอลลี่กับบ้านของพี่เครา ท่าทางไม่เหนื่อยหอบอะไร ตามองมาที่เจ้าซีเซ็กฉ่ายที่วิ่งพล่านอยู่บริเวณลานจอดรถอย่างสะใจ
ซีเซ็กฉ่ายซึ่งเจ็บปวดลูกตาอยู่ยิบ ๆ กระโดดตะกายรั้ว ยกขาหน้ายกขาหลังยกตัวยกก้น ยกเท่าไร ๆก็ไม่ถึงไอ้เจ้าก้อนดำ ๆ ที่มีฤทธิ์เดชอันทรงพลังสักที มีเสียงเจ้านายสองคนร้อง “เฮ้ย ๆ”สลับกับ “วี้ดๆ ว้าย ๆ”
พายุในบ้านสงบลงเรียบร้อยเมื่อพี่เคราเดินออกมาจากบ้าน ดุเจ้าซีเซ็กฉ่ายที่ทำท่าเจ็บตาอ้อนแล้วอ้อนอีกแต่ไม่สำเร็จ
“อย่ายุ่งนะ”
ซีเซ็กฉ่ายเห็นเจ้านายเอาจริง ก็เดินไปนอน(แกล้งทำเป็น) เรียบร้อยอยู่ตรงชิงช้า แต่ก็ไม่วายเหลือบตามาทางน้องนวลแล้วร้อง “งี้ด ๆ “เป็นการฟ้อง พี่เคราเดินไปที่ริมรั้ว แล้วพูดขึ้นว่า
“ร้ายนักนะแก..ไอ้ถ่าน”
น้องนวลหัวเราะ “พี่รู้ได้ไงว่า เราจะเรียกมันว่าไอ้ถ่านหรืออีถ่าน”
พี่เคราหันมาหัวเราะ “ซ่าแบบนี้ไอ้ถ่านแน่”
ว่าแล้วพี่เคราก็คว้าเจ้าก้อนดำ ๆนั้นมาอย่างรวดเร็ว ยกก้นขึ้นดู ดูแล้วดูอีกก็ไม่เห็นอะไร ซีเซ็กฉ่ายเห็นเจ้านายจับแมวขึ้นมา จิตใจที่จวนสงบก็กลับระส่ำระสายขึ้นมาใหม่ รีบแล่นลุกออกมาโดยเร็ว แต่ยังไม่ทันถึงก็ได้ยินประกาศิตพี่เคราว่า “ซีเซ็กฉ่าย ไม่ต้องยุ่ง” ซีเซ็กฉ่ายก็เลยกลับไปนอนที่เดิม น้องนวลถาม
“ตกลงตัวผู้หรือตัวเมีย ฮะพี่”
“ตัวผู้ไง” พี่เคราตอบ เขามองดูส่วนที่จะแสดงความเป็นเพศผู้ของเจ้าถ่านหุงข้าวอย่างเร็ว ๆ พอเห็นเป็นก้อน ๆ เขาก็มั่นใจ “แหงละ...นิสัยก้าวร้าวด้วย”
เขาไม่พูดไม่ทันจบ ถ่านหุงข้าวก็ร้องสวนขึ้น “แง้ว”
“นั่นไง....มันอกว่ามันตัวผู้”
สองสามีภรรยาหัวเราะกันใหญ่ “แมวพูดได้...ไอ้เจ้าถ่านพูดได้”

ความช่างต่อล้อต่อเถียงของเจ้าถ่านช่วยให้มันได้มีบ้านอยู่ เพราะนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา แม่หนูมอลลี่ก็ได้ยินแต่เสียงสองสามีภรรยาพูดถึงแต่ถ่านหุงข้าว ทำให้เพื่อนบ้านแม่ลูกเล็กสงสัยเป็นอันมากว่า ทำไมสองคนนี้ไม่ซื้อเตาแก๊สเสียที ใช้แต่ถ่านหุงข้าวอยู่ได้
บ้านนี้มีอะไรแปลก ๆ แม่หนูมอลลี่คิด หมาก็ร้องเป็นแมว แล้วยังจะใช้ถ่านหุงข้าวอีก เฮ้อ...